รีวิวหนัง Resident Evil Welcome to Raccoon City (2021) ผีชีวะ ปฐมบทแห่งเมืองผีดิบ

classicmovieguideธันวาคม 14, 2023

พล็อตเรื่อง Resident Evil Welcome to Raccoon City

ผีชีวะ ปฐมบทแห่งเมืองผีดิบ

Resident Evil Welcome to Raccoon City เป็นภาพยนตร์แนวแอ็คชั่น สยองขวัญ ออกฉายในปี ค.ศ. 2021 ถูกสร้างโดย Constantin Film กับ Screen Gems เขียนบทและกำกับโดย โยฮันเนส โรเบิร์ต เป็นภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากเกม Resident Evil (พ.ศ. 2539), Resident Evil 2 (พ.ศ. 2541), Resident Evil รีเมค (พ.ศ. 2545), Resident Evil 2 รีเมค (พ.ศ. 2562) เป็นเกมของ capcom นำแสดงโดย คายา สโคเดลาริโอ(แคลร์ เรดฟิลด์), แฮนนาห์ จอห์น-คาเมน(จิล วาเลนไทน์), ร็อบบี้ อเมลล์(คริส เรดฟิลด์), ทอม ฮอปเปอร์(อัลเบิร์ต เวสเกอร์), อวาน โจเกีย(ลีออน สก็อต เคนเนดี้), โดนัล โล้ค(ไบรอัน ไอออนส์) และ นีล แมคโดโนห์(วิลเลี่ยม เบอร์กิ้น) เป็นเหตุการณ์ ในปี 1998 ผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองแรคคูนซิตี ต้องหาทางเอาชีวิตรอดในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสที่เปลี่ยนคนธรรมดาให้กลายเป็นซอมบี้ หนังใช้ทุนสร้างไป 25 ล้านเหรียญ แต่หนังสามารถทำรายได้ไปเพียง 47 ล้านเหรียญจากทั่วโลก

เรื่องย่อ Resident Evil Welcome to Raccoon City

ผีชีวะ ปฐมบทแห่งเมืองผีดิบ

Resident Evil Welcome to Raccoon City เป็นการย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นของเรื่องราวทุกอย่าง ในช่วงทศวรรษ 1980 แคลร์ เรดฟิลด์(คายา สโคเดลาริโอ) และพี่ชาย คริส(ร็อบบี้ อเมล) พวกเขาเป็นเด็กกำพร้าที่อาศัยอยู่ในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าในเมืองแรคคูนซิตี หลังจากที่ต้องสูญเสียพ่อแม่ไปในอุบัติเหตุทางรถยนต์ และที่นั้นทำให้แคลร์ได้รู้จักกับลิซ่า เทรเวอร์(มาริน่า มาเซปา) เด็กสาวหน้าตาอัปลักษณ์ที่ถูกทดลองโดยฝีมือ ดร. วิลเลี่ยม เบอร์กิน(นีล แมคโดโนห์) พนักงานของ บริษัท อัมเบรลลาคอร์ปอเรชัน ที่คอยจับเหล่าเด็กกำพร้ามาทดลองเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง แคลร์ที่สัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง ในตอนที่เธอนั้นได้รับการอุปการะโดยครอบครัวบุญธรรมปริศนาโดยปราศจากพี่ชาย เธอได้ตัดสินใจหลบหนีออกมาก่อนที่จะโดนคนของวิลเลี่ยมจับไปทดลองได้สำเร็จ เธอเติบโตกลายเป็นคนไร้บ้านและต้องดิ้นรนสู้ชีวิตในแบบของตัวเอง และฝึกฝนการใช้อาวุธปืนในแบบต่างๆ และยังได้รับความร่วมมือจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือคอยสืบหาข่าวของอัมเบรลล่ามาให้เธอ

วันหนึ่งแคลร์ได้เดินทางกลับมาที่เมืองแรคคูนซิตีอีกครั้งโดยอาศัยโบกรถบรรทุก แต่รถบรรทุกที่แคลร์อาศัยติดมาด้วยได้ขับรถชนผู้หญิงที่อยู่กลางถนนอย่างไม่ได้ตั้งใจ แต่ผู้หญิงที่ถูกชนก็ลุกขึ้นมาได้ทั้งที่สภาพไม่ปกติก่อนจะเดินหายเข้าไปในป่าข้างทาง และสุนัขได้เลียเลือดบนพื่นที่ผู้หญิงคนนั้นทิ้งไว้ และเริ่มมีฟองขาวฟูออกมาจากปาก โดยที่แคลร์กับคนขับรถบรรทุกไม่รู้ ขณะเดียวกัน ลีออน เอส เคนเนดี้(อวาน โจเกีย) ตำรวจคนใหม่ที่ถูกสั่งย้ายมาที่เมืองแห่งนี้ เพราะพลาดยิงโดนคู่หูตัวเองโดยไม่ได้ตั้งใจและเขาเพิ่งเลิกกับแฟนมา ตอนนนี้กลายเป็นหนุ่มขี้เมากินแต่เหล้า และเขาได้เจอกับผู้คนในเมืองที่หยอกล้อกับเขาในร้านอาหาร แต่เขากลับสังเกตเห็นเลือดไหลออกมาจากตาของ เจ้าของร้านอาหาร พร้อมกับอีกาที่โฉบมาชนที่หน้าต่างหน้าร้าน

แคลร์ได้เดินทางมาถึงที่บ้านของคริส เพื่อมาเตือนเขาถึงการทดลองของอัมเบรลล่าที่ตอนนี้กำลังทำให้ทั้งเมืองเกิดความปั่นป่วนผ่านแหล่งน้ำ เปิดเผยว่า เบน เบอร์โตลุคชี่(จอช ครัดดาส) เป็นแหล่งข้อมูลสำคัญของเธอ แต่คริสกลับไม่เชื่อในสิ่งที่เธอบอก เนื่องจากความห่างเหินที่แคลร์หนีออกมาจากสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า และทิ้งให้เขาต้อง ต่อสู้ดิ้นรน อดทน จนเติบโตกลายเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำเมือง ด้วยความช่วยเหลือของ ดร. วิลเลี่ยม คริสเดินทางไปสถานีตำรวจของเมือง และปล่อยแคลร์ไว้ให้อยู่ภายในบ้าน ทำให้แคลร์สงสัยว่าทำไมคริสถึงไม่มีอาการแปลก ๆ ทั้งที่คริสเองก็บริโภคแหล่งน้ำของเมืองเหมือนกันกับพลเรือน ทันใดนั้น ก็มีเด็กคนหนึ่งบุกเข้ามาในบ้าน หลังจากหนีออกมาจากบ้านแม่ของเขาที่มีอาการแปลก ๆ ผมร่วงและแววตาเป็นเลือด สภาพจิตใจดูไม่เหมือนมนุษย์ ก่อนที่จะบุกเข้ามาโจมตีแคลร์ แคลร์ต่อสู้และหลบหนีออกมาได้ ด้วยมอเตอร์ไซค์ของคริสที่จอดไว้หลังบ้าน ระหว่างนั้นเธอได้ขับรถสวนทางกับครอบครัวของวิลเลี่ยมที่มีภรรยาอย่าง แอนเนตต์(เจเน็ท พอร์เตอร์) และลูกสาว เชอร์รี่(ฮอลลี่ เดอ บาร์รอส) ที่กำลังจะออกมาจากบ้าน หลังได้รับสัญญาณเตือนภัยของอัมเบรลล่าเช่นเดียวกับทุกคนในเมือง

ณ สถานีตำรวจของเมืองแรคคูนซิตี หน่วยสตาร์ส ทีมอัลฟ่าได้พบกับผู้การชีฟ ไอออนส์ ที่เข้ามาอธิบายสถานการณ์ว่าทีมบราโว่ได้หายตัวไป ในระหว่างที่กำลังสำรวจพื้นที่ของ คฤหาสน์สเปนเซอร์ คฤหาสน์ร้างที่ตั้งอยู่ที่ป่าหลังเมือง และได้สั่งการให้สมาชิกในทีมอย่างคริส, จิล วาเลนไทน์(แฮนนาห์ จอห์น-คาร์เมน) ผู้หญิงที่คริสแอบรักมาตั้งแต่โรงเรียนตำรวจ, ริชาร์ด ไอเคน(แชด รุค), แบรด วิคเกอร์ส(นาธาน เดลส์) และอัลเบิร์ต เวสเกอร์(ทอม ฮอปเปอร์) เพื่อนสนิทของคริสที่เป็นเหมือนผู้นำของทีม ได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุด้วยเฮลิคอปเตอร์ ในขณะเดียวกัน คนขับรถบรรทุกได้ถูกสุนัขของเขากัดและค่อย ๆ เปลี่ยนให้เขากลายเป็นซอมบี้และได้ขับรถบรรทุกพลิกคว่ำตรงหน้าสถานีตำรวจที่ลีออนประจำการอยู่ ผู้การไอออนส์ทิ้งลีออนไว้ให้อยู่ในสถานีและได้พยายามจะขับรถหนีออกจากเมือง แต่ถูกยิงไล่โดยทหารของอัมเบรลล่า โดยได้รับคำสั่งให้ยิงพลเรือนทุกคนที่พยายามจะหนีออกจากเมือง เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส กลับมาที่สถานีตำรวจ ไอออนส์ถูกโจมตีโดยสุนัขของคนขับรถบรรทุกที่กลายพันธุ์เป็นหมาซอมบี้ไปแล้ว แต่แคลร์เข้ามาช่วยไว้ทัน เธอกับลีออน ได้เตรียมตัวตั้งรับกับสถานการณ์ข้างนอก แม้ว่าลีออนจะล็อคประตูหน้าสถานีไว้ทั้งหมดแล้ว แต่เหล่าผู้คนที่ติดเชื้อและเหล่าซอมบี้กลับกรูเข้ามารวมกันอยู่ที่หน้าสถานีตำรวจ

เมื่อมาถึงที่หมายคฤหาสน์สเปนเซอร์ ทีมอัลฟ่ากลับพบว่าคฤหาสน์แห่งนี้เต็มไปด้วยฝูงซอมบี้ คริสและริชาร์ดโดนฝูงซอมบี้เข้าเล่นงาน เอนริโก้ มารินี่ โดนซอมบี้กัดจนตาย ริชาร์ดพยายามช่วยเหลือคริสก่อนที่จะโดนกินทั้งเป็น คริสต้องเผชิญหน้ากับฝูงซอมบี้ ในขณะที่เวสเกอร์และจิลที่แยกมาอีกทางจนมาถึงที่ห้องสมุดเวสเกอร์ทำการเปิดทางลับออกมา ในขณะที่เขากำลังตะลึงอยู่นั่น จิลก็พาเวสเกอร์หลบออกจากห้องสมุดเมื่อเฮลิคอปเตอร์ของทีมที่ แบรด คนขับได้ถูกซอมบี้กัดจนกลายพันธุ์พุ่งลงคฤหาสน์จนเกิดระเบิด ทั้งสองปลอดภัยดี แต่ความจริงก็ได้เปิดเผยว่า เวสเกอร์นั้นเป็นสายลับไม่ทราบฝ่ายที่ได้รับมอบหมายให้มาขโมยเชื้อไวรัสของ ดร. วิลเลี่ยม จิลผิดหวังและเสียใจในตัวเวสเกอร์ที่ทิ้งเพื่อนให้ตายในคฤหาสน์ เพราะเธอมีความรู้สึกดีๆ ให้กับเขา เวสเกอร์ทิ้งจิลไว้ในห้องสมุดและหายเข้าไปในทางลับที่นำไปสู่ห้องทดลองใต้ดิน จิลตัดสินใจกลับไปช่วยเหลือคริส และพากันหาทางออกไปจากคฤหาสน์แห่งนี้

แคลร์และลีออนได้พบอาวุธและเสบียงใต้สถานีตำรวจ ลีออนได้พบกับเบนที่ถูกขังอยู่ในกรงที่มีคนติดเชื้ออยู่ด้วย โดยเขาได้บอกความลับกับลีออนว่า ทุกคนในสถานีตำรวจล้วนได้รับยาต้านทานเชื้อไวรัส นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาหรือคนในสถานีตำรวจถึงไม่ติดเชื้อกลายเป็นซอมบี้ ในขณะที่คนทั้งเมืองกำลังกลายเป็นซอมบี้เพราะเชื้อไวรัส เขาขอให้ลีออนช่อยปล่อยเขาออกจากกรง เมื่อปลดล็อคกรงเสร็จ เบนกลับถูกซอมบี้กัดตาย ในขณะเดียวกันสถานีตำรวจได้ถูกผีดิบบุกแล้ว ผู้การไอออนส์พาแคลร์และลีออนหนีออกมาและพามาที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าของเมือง ทำให้แคลร์รู้ว่าอัมเบรลล่าได้นำเด็กกำพร้ามาใช้ในการทดลอง ลีออนได้เจอกับลิซ่าที่เข้ามาเตือนเขา ก่อนที่ลิคเกอร์จะสังหารผู้การไอออนส์ และเล่นงานลีออนต่อ โชคดีที่ลิซ่าเข้ามาช่วยไว้ได้ทัน เธอจำแคลร์ได้ จึงได้มอบกุญแจที่เปิดประตูสู่ลิฟต์ลับ ในขณะที่ตัวเองเลือกที่จะอยู่ที่นี่ต่อ แคลร์และลีออนได้พบกับห้องทดลองใต้ดินที่อัมเบรลล่าใช้ทดลองเชื้อไวรัสในตัวเด็กคนอื่น ๆ รวมไปถึง ฝาแฝดชายหญิงแอชฟอร์ด ภายใต้การนำของ ดร. วิลเลี่ยม

คริสโดนฝูงซอมบี้เล่นงานในคฤหาสน์ จิลมาช่วยเขาไว้ได้ทันและเปิดเผยความจริงเรื่องเวสเกอร์กับเขา ทั้งคู่จะพากันหนีไปยังทางลับที่เวสเกอร์เปิดทิ้งไว้ ดร. วิลเลี่ยม ที่ตอนนี้ได้พาครอบครัวของเขามาที่แล็บใต้ดินและเขากำลังเก็บเชื้อไวรัสเตรียมหลบหนีออกจากเมือง ได้ถูกเวสเกอร์ที่ตามมาใช้ปืนยิงใส่ ดร. วิลเลี่ยม แอนเนตต์พยายามใช้ปืนของสามีปกป้องลูก แต่ตัวเองถูกยิงตายทันที เชอร์รี่ทั้งช็อคและเสียใจมาก จึงรีบหนีไปหาหลบซ่อน เมื่อสบโอกาสจึงหยิบปืนมาเตรียมยิงใส่เวสเกอร์ เวสเกอร์ตั้งท่าจะยิงเชอร์รี่ แต่จิลที่ตามมาถึงห้องทดลองยิงเวสเกอร์ได้ทันพอดี จิลรู้สึกเสียใจที่เรื่องกลายเป็นแบบนี้ เวสเกอร์สั่งเสียเธอเป็นครั้งสุดท้ายว่า อัมเบรลล่ากำลังจะทำลายล้างที่นี่ ทางออกเดียวที่มีคือ รถไฟใต้ดินที่จะพาพวกเขาไปเขตนอกเมือง จิลและคริสพาเชอร์รี่ที่เสียขวัญหลบหนีไปยังจุดหมาย โดยไม่รู้เลยว่า ดร. วิลเลี่ยม ได้ฉีด จีไวรัส เข้าตัวเองและกลายพันธุ์เพื่อไล่ล่าพวกเขา คริสเผชิญหน้ากับ ดร. วิลเลี่ยม และโดน ดร. วิลเลี่ยม โจมตีจนหมดสภาพ แคลร์ตามมายิงช่วยเขาไว้ได้ทัน ทั้งคู่ปรับความเข้าใจกันและกัน โดยมีลีออนยืนดูสถานการณ์อยู่ ทั้งสามตามไปสมทบกับจิลและเชอร์รี่และเดินทางมาถึงชานชาลาของรถไฟใต้ดิน

 ผู้รอดชีวิตทั้งหมด ได้แก่ คริส เชอร์รี่ จิล แคลร์ และลีออน ที่ทั้งหมดขึ้นรถไฟหลบหนีออกจากอาคารใต้ดินมาได้สำเร็จ ขณะที่ใกล้จะถึงทางออก รถไฟกลับหยุดอยู่กับที่จากแรงระเบิดเมืองแร็คคูนซิตี้และคฤหาสน์สเปนเซอร์ เปิดโอกาสให้วิลเลี่ยมที่กลายพันธุ์เป็นสัตว์ประหลาดขนาดใหญ่ยักษ์ตามมาได้ทันและเข้าโจมตีพวกเขา ในขณะที่ทุกคนกำลังสิ้นหวัง ลีออนที่แบกปืนยิงจรวดออกมายิงเข้าไปที่สัตว์ประหลาดอย่างจังเพื่อปิดฉากและปกป้องทุกคนเอาไว้ได้ ก่อนจะเกิดการระเบิดซ้ำด้วยนิวเคลียร์จนย่อยยับไม่เหลือซาก ในขณะที่อัมเบรลล่ารายงานว่าไม่มีผู้รอดชีวิตหลังการทำลายล้างเมือง ผู้รอดชีวิตทั้งห้าก็พากันเดินออกจากอุโมงค์รถไฟ ทิ้งเมืองแร็คคูนซิตี้ไว้ข้างหลัง และมุ่งหน้าไปสู่อนาคตที่เต็มไปด้วยความหวัง

รีวิวหนัง Resident Evil Welcome to Raccoon City

ผีชีวะ ปฐมบทแห่งเมืองผีดิบ

Resident Evil Welcome to Raccoon City ในภาคนี้มีความพยายามเดินตามรอยต้นฉบับวิดีโอเกม Resident Evil 2 แบบทุกย่างก้าว ซึ่งตรงจุดนี้เองทำให้เข้าใจได้ว่าผู้กำกับเองมีความพยายามเคารพต้นฉบับอยู่พอสมควรการเล่าถึงเหตุการณ์ในเมืองแร็คคูนซิตี้เมืองที่เป็นต้นตอของเรื่องราวของเชื้อไวรัสทั้งหมด ถ้าท่านผู้ชมเป็นแฟนเกม Resident Evil 2 คงทราบเนื้อหาตรงส่วนนี้เป็นอย่างดีเพราะหนังเองก็ไม่ได้เสริมเติมแต่งเนื้อหาที่ผิดแปลกไปจากต้นฉบับเลย การดำเนินเรื่องในช่วงต้นกับช่วงกลางทำออกมาโอเค หนังมีความพยายามที่จะบิวด์คนดูด้วยบรรยากาศอึมครึม ม่นๆ มีความเป็น สยองขวัญ ในตัวพอสมควร ตรงจุดนี้ถือว่าทำออกมาไม่เลวเลย

เนื้อหาตั้งแต่ช่วงกลางเรื่องมีช่องโหว่ให้เห็นมากมาย ด้วยความที่ตัวหนังต้องการยัดประเด็นต่างๆ เข้ามามากเกินไป จนไม่สามารถโฟกัสประเด็นใดประเด็นหนึ่งได้มากนัก แถมปัญหาการดำเนินเรื่องดูรีบและทำการรวบรับทุกอย่างไปหมด ในส่วนของฉากแอ็คชั่นทำออกมาตามมาตรฐาน ด้วยความที่หนังเดิมตามต้นฉบับเกม เลยไม่เน้นหนักตรงแอ็คชั่นสักเท่าไร สิ่งที่ขัดใจคือซอมบี้บอสหลักของเรื่องที่เหมือนมาเป็นแค่กระสอบทรายเท่านั้น