รีวิวหนัง The Terminator (1984) คนเหล็ก ภาค 1

classicmovieguideธันวาคม 19, 2023

The Terminator
คนเหล็ก ภาค 1

The Terminator เป็นภาพยนตร์แนวแอ็คชั่น ไซไฟ ที่ออกฉายในปี ค.ศ. 1984 ถูกสร้างโดย Metro Goldwyn Mayer กับ Orion Releasing กำกับโดย เจมส์ คาเมรอน เขียนบทโดย เจมส์ คาเมรอน กับ เกล แอนน์ เฮิร์ด เป็นเรื่องที่มีคนเหล็กหรือเทอร์มิเนเตอร์ หุ่นยนต์นักฆ่าซึ่งถูกส่งตัวย้อนเวลาจากปี ค.ศ. 2029 กลับไปปี ค.ศ. 1984 เพื่อฆ่าแม่ผู้ที่จะให้กำเนิดเด็กที่จะกลายเป็นผู้นำกองกำลังของมนุษย์เพื่อต่อต้านเครื่องจักรหรือสกายเน็ตในโลกหลังเกิดหายนะในอนาคต ฝ่ายมนุษย์ได้ส่งนายทหารที่มีความสามารถย้อนเวลามาเหมือนกันเพื่อปกป้องหญิงสาวผู้เป็นความหวังของโลกในอนาคต แสดงนำโดย อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์(เดอะ เทอร์มิเนเตอร์), ลินดา แฮมิลตัน(ซาราห์ คอนเนอร์), ไมเคิล เบห์น(ไคล์ รีส), เอิร์ล โบอิน(นายแพทย์ปีเตอร์ ซิลเบอร์แมน), พอล วินฟีลด์(ผู้กองเทรกซ์เลอร์), เบสส์ ม็อตตา(จิงเจอร์ เวนทูร่า) และ ริก รอสโซวิช(แมตต์ บูแคนัน) ตัวหนังใช้ทุนสร้างไป 6.4 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ แต่สามารถทำรายได้ไปมากกว่า 78.3 ล้านดอลล่าร์สหรัฐจากทั่วโลก และกลายเป็นความสำเร็จของภาพยนตร์ นำไปสู่การสร้างภาคต่ออีกหลายเรื่องตามมา

เรื่องย่อหนัง The Terminator
คนเหล็ก ภาค 1

The Terminator เรื่องราวกล่าวถึงโลกอนาคตในปี ค.ศ. 2029 ที่ถูกปกครองด้วยคอมพิวเตอร์ชื่อ สกายเน็ต หลังจากเกิดสงครามนิวเคลียร์ ฝ่ายมนุษย์ได้รวมกลุ่มขึ้นต่อต้าน นำโดย จอห์น คอนเนอร์ ทำให้ทางฝ่ายผู้ปกครอง สกายเน็ต จึงได้ส่ง เดอะ เทอร์มิเนเตอร์(อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์) หุ่นยนต์สังหารรุ่น T-800 ย้อนเวลากลับมายังลอสแอนเจลิส ในปี ค.ศ. 1984 เพื่อมาสังหาร ซาราห์ คอนเนอร์(ลินดา แฮมิลตัน) เพื่อแก้ไขอนาคตไม่ให้มี จอห์น คอนเนอร์ เกิดขึ้นมา ทางฝ่ายมนุษย์ จอห์น คอนเนอร์ก็ได้ส่ง ไคย์ล รีส(ไมเคิล เบห์น) นายทหารที่มีความสามารถ เดินทางย้อนเวลากลับมาเหมือนกันเพื่อขัดขวาง เดอะ เทอร์มิเนเตอร์ และคอยปกป่อง ซาราห์ คอนเนอร์ ในระหว่างที่ ซาราห์ คอนเนอร์ และไคย์ล รีส เดินทางและหลบหนีการตามล่าของเดอะ เทอร์มิเนเตอร์ ก็ได้ความรักขึ้นและได้ทำการร่วมรักกัน จึงกลายเป็นว่าความจริงแล้ว ไคย์ล รีส นั่นเองที่เป็นพ่อของ จอห์น คอนเนอร์ นั้นเอง

รีวิวหนัง The Terminator
คนเหล็ก ภาค 1

The Terminator เป็นหนังที่ดูแล้วทำให้เกิดความประทับใจในทันที ด้วยความที่หนังเป็นหนังทุนต่ำ แต่ก็สามารถนำเสนอเรื่องราวที่ลุ้นระทึก และน่าติดตามได้อย่างน่าเหลือเชื่อ เนื้อเรื่องของหนังเล่าถึงโลกในอนาคตที่มนุษย์ถูกเครื่องจักรกลยึดครอง เหล่าเครื่องจักรได้ส่งหุ่นยนต์ย้อนเวลากลับไปในอดีตเพื่อสังหารหญิงสาวคนหนึ่งที่จะเป็นแม่ของผู้นำฝ่ายต่อต้านมนุษยชาติ ภารกิจนี้จึงตกไปอยู่ที่ชายหนุ่มคนหนึ่งที่ถูกส่งย้อนเวลากลับไปเพื่อปกป้องหญิงสาว สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้ยังคงความสนุก และลุ้นระทึกเสมอคือการเล่าเรื่องที่กระชับฉับไว ชวนให้น่าติดตาม และฉากแอ็คชั่นของหนังก็ทำออกมาได้สมจริง และน่าตื่นตาตื่นใจมากในสมัยนั้น

ในส่วนของบทเทอร์มิเนเตอร์ที่ อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ แสดงออกมาได้อย่างน่าทึ่งมากๆ ด้วยความที่ตัวเขาเป็นมนุษย์แท้ๆ แต่ต้องมาสวมบทเป็นหุ่นยนต์ที่แข็งแกร่ง และไร้อารมณ์ ทำให้เขาได้ฉายา คนเหล็ก และในเรื่องเขาก็ได้กลายเป็นตัวละครที่ทั้งน่ากลัว และน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ หนังเรื่องนี้ยังมีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับสงครามระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร หนังแสดงให้เห็นว่าหากเครื่องจักรฉลาด และก้าวหน้ามากขึ้น พวกมันอาจกลายเป็นภัยคุกคามต่อมนุษยชาติได้ ประเด็นนี้ยังคงมีความเกี่ยวข้องกับโลกปัจจุบันที่เทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว

The Terminator เป็นหนังคลาสสิกที่ยังคงความสนุก และลุ้นระทึกเสมอ นับว่าเป็นหนึ่งในหนังแอ็คชั่นไซไฟที่ดีที่สุดตลอดกาลยากจะมีหนังแบบนี้ปรากฏออกมาสักเรื่องและหนังเรื่องนี้เป็นตัวอย่างที่ดีว่าหนังทุนต่ำก็สามารถประสบความสำเร็จได้หากมีไอเดียที่ดี และเล่าเรื่องออกมาได้อย่างน่าสนใจ หากใครยังไม่เคยดูหนังเรื่องนี้ ผมแนะนำให้ลองหาดูนะครับ รับรองว่าจะไม่ผิดหวัง