รีวิวหนัง The Hunger Games 3 Mockingjay Part 2 (2015) เกมล่าเกม 3 ม็อกกิ้งเจย์ พาร์ท 2

classicmovieguideกุมภาพันธ์ 9, 2024

The Hunger Games 3 Mockingjay Part 2

เกมล่าเกม 3 ม็อกกิ้งเจย์ พาร์ท 2

The Hunger Games 3 Mockingjay Part 2 เป็นภาพยนตร์แนวแอคชั่น ผจญภัย วิทยาศาสตร์ ออกฉายเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ค.ศ. 2015 ถูกสร้างโดย Color Force, Lionsgate พบกับการเปิดฉากการต่อสู้ครั้งสุดท้ายที่จะเปลี่ยน พาเน็มไปตลอดกาล เมื่อแคทนิส ร่วมมือกับเขต 13และรับข้อเสนอของประธานาธิบดีอัลมา ในการเป็น ม็อกกิ้งเจย์ สัญลักษณ์และความหวังและผู้นำในการเคลื่อนไหวครั้งนี้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีสโนว์ประกาศกร้าวที่จะไม่ยอมอ่อนข้อให้กับกลุ่มกบฏอีกต่อไปและพร้อมที่จะตอบโต้แบบตาต่อตาฟัน ต่อฟันพวกเขาก็เช่นกันที่พร้อมจะต่อสู้ชนิดที่หากต้องมอดไหม้ อีกฝ่ายก็ต้องมอดไหม้ไปด้วย กำกับโดย ฟรานซิส ลอว์เรนซ์ เขียนบทโดย ปีเตอร์ เครก, แดนนี่ สตรอง แสดงนำโดย เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์(แคตนิส เอฟเวอร์ดีน), จอช ฮัทเชอร์สัน(พีต้า เมลลาร์ค), เลียม เฮมส์เวิร์ท(เกล ฮอว์ธอร์น), วู้ดดี้ ฮาร์เรลสัน(เฮย์มิช อาเบอร์นาธี), เอลิซาเบธ แบงส์(เอฟฟี่ ทรินเก็ต), จูลีแอนน์ มัวร์(ประธานาธิบดีอัลมา คอยน์), สแตนลีย์ ทุซซี่(ซีซาร์ ฟลิคเกอร์แมน), โดนัลด์ ซัทเธอร์แลนด์(ประธานาธิบดีคอริโอลานุส สโนว์), ฟิลิป ซีมัวร์ ฮอฟฟ์แมน(พลูทาร์ช เฮฟเว่นส์บี), เจฟฟรีย์ ไรท์(บีที ลาเทียร์), มาเฮอร์ชาลา อาลี(บ็อกส์), วิลโลว์ ชีลด์ส(พริมโรส เอเวอร์ดีน), แซม คลาฟลิน(ฟินนิค โอแดร์), นาตาลี ดอร์เมอร์(เครสสิดา), เจน่า มาโลน(โจฮันนา เมสัน), เวส ชาแธม(คาสเตอร์), เอลเดน เฮนสัน(พอลลักซ์), ปาติน่า มิลเลอร์(ผู้บัญชาการเพย์เลอร์), อีวาน รอสส์(เมสซัลลา), มิเชล ฟอร์บส์(ผู้หมวดแจ็คสัน), โอมิด อับตาฮี(โฮม), เกวนเดอลีน คริสตี้(ผู้บัญชาการไลม์) ตัวหนังใช้ทุนสร้างไป 160 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ สามารถทำรายได้รวม 661.4 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ ได้รับการวิจารณ์ในแง่บวกและลบจากนักวิจารณ์ที่หลากหลาย ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงและชนะรางวัลมากมายหลายสาขา

เรื่องย่อหนัง The Hunger Games 3 Mockingjay Part 2

เกมล่าเกม 3 ม็อกกิ้งเจย์ พาร์ท 2

The Hunger Games 3 Mockingjay Part 2 เรื่องราวต่อจาก The Hunger Games 3 Mockingjay Part 1 หลังจากถูกโจมตีโดย พีต้า เมลลาร์ค(จอช ฮัทเชอร์สัน) ที่ถูกล้างสมอง แคตนิส เอฟเวอร์ดีน(เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์) ได้ฟื้นจากอาการบาดเจ็บในเขต 13 ประธานาธิบดีอัลมา คอยน์(จูลีแอนน์ มัวร์) ปฏิเสธที่จะปล่อยให้แคตนิสเดินทางไปที่แคปิตอลจนกว่าพวกเขาจะยึดเขต 2 ได้  ซึ่งเป็นเขตสุดท้ายที่ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของแคปิตอล แคตนิสถูกส่งไปร่วมโจมตีคลังอาวุธของแคปิตอลในเขต 2 โดยหวังว่าจะสามารถรวบรวมกลุ่มกบฏและโน้มน้าวให้เขต 2 เข้าร่วมกับพวกเขาได้ โจฮันนา(เจน่า มาโลน) โจฮันนาได้บอกเวลาการขนส่งไปแคปิตอลให้แคทนิสรู้ จึงทำให้เธอได้แอบย่องขึ้นยานขนส่งเพื่อเดินทางไปแคปิตอลได้  แคทนิสได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วม สตาร์ทีม ซึ่งเป็นหน่วยทหารพิเศษ ในหน่วยมี เกล(เลียม เฮมส์เวิร์ท) และ ฟินนิค(แซม คลาฟลิน) อยู่ด้วยวกเขาจะได้รับยาฆ่าตัวตายในกรณีที่ถูกจับกุม ต่อมาพีต้าได้ถูกพาเข้าหน่วยด้วยแม้เขาจะยังไม่หายดีนัก เพื่อปรากฏตัวใน วิดีโอ โฆษณาชวนเชื่อที่ถ่ายทำท่ามกลางซากปรักหักพังของเมือง ภายใต้การแนะนำของบ็อกส์(มาเฮอร์ชาลา อาลี) ทีมเดินทางไปยังแคปิตอล โดยหลีกเลี่ยงกับดักอันตรายที่แคปิตอลวางเอาไว้ โดยใช้แผนที่โฮโลแกรมของบ็อกส์ อย่างไรก็ตาม บ็อกส์ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากหนึ่งในกับดักเหล่านั้น บ็อกส์มอบแผนที่ให้กับแคตนิสพร้อมทั้งเตือนเธอเกี่ยวกับแรงจูงใจที่ซ่อนอยู่ของประธานาธิบดีคอยน์

ในระหว่างการเดินทาง ทีมจะติดอยู่ในอาคาร โดย ผู้รักษาสันติภาพสมาชิกสองคนซึ่งเป็นพี่สาวน้องสาวลีก อยู่ข้างหลังเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจในขณะที่คนอื่นๆ หลบหนี หน่วยรักษาสันติภาพทำลายอาคาร และประกาศการเสียชีวิตของแคตนิส แต่ถูกขัดขวางโดยคอยน์ ผู้กล่าวคำสรรเสริญเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับกลุ่มกบฏ คนทั้งกลุ่มเคลื่อนตัวผ่านท่อระบายน้ำใต้แคปิตอล แต่สโนว์เริ่มตระหนักถึงการมีอยู่ของพวกเขาจึงส่ง สัตว์กลายพันธุ์ ที่ได้รับการดัดแปลงพันธุกรรมมาโจมตีพวกเขา ฟินนิคและคนอื่นๆ ถูกฆ่าตาย แต่แคตนิสใช้แผนที่โฮโลแกรมเพื่อจุดชนวนระเบิด เพื่อกำจัดสัตว์กลายพันธุ์และทหาร แคตนิสและคนที่เหลือไปหลบภัยในบ้านของไทกริส อดีตสไตลิสต์ เกมล่าชีวิต และเป็นลูกพี่ลูกน้องของสโนว์ ในขณะนั้น สโนว์ได้เชิญพลเมืองแคปิตอลเข้าไปในคฤหาสน์ของเขาเพื่อสร้างโล่มนุษย์ แคตนิสและเกลได้ปลอมตัวมาร่วมกับฝูงชนโดยตั้งใจที่จะแทรกซึมเข้าไปในคฤหาสน์ ความโกลาหลเกิดขึ้นเมื่อกลุ่มกบฏมาถึงแคปิตอลและเข้าปะทะกับทหารในที่สุด เกลถูกพวกทหารพาตัวไป มีการทิ้งระเบิดใส่ฝูงชน ส่งผลให้ พริมโรส เอเวอร์ดีน(วิลโลว์ ชีลด์ส) น้องสาวของแคตนิสเสียชีวิตและแคตนิสก็ได้หมดสติไป แคทนิสตื่นขึ้นมา และ เฮย์มิทช์(วู้ดดี้ ฮาร์เรลสัน) แจ้งให้เธอทราบว่าในที่สุดกลุ่มกบฏก็ชนะสงครามนี้แล้ว เธอเผชิญหน้ากับสโนว์ซึ่งอ้างว่าคอยน์เป็นผู้วางระเบิดเพื่อให้ผู้ติดตามของเขาหันมาต่อต้านเขา เมื่อเธอไม่เชื่อในสิ่งที่เขาพูด

สโนว์ก็เตือนแคตนิสถึงคำสัญญาของพวกเขาที่จะไม่โกหกกัน แคตนิสตระหนักว่าเกลเสนอแผนที่คล้ายกันและตั้งคำถามกับเขา เกลรับรู้ถึงความเกี่ยวข้องของเขากับการตายของพริม และรู้สึกเสียใจที่ไม่สามารถปกป้องครอบครัวของเธอได้ คอยน์ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีชั่วคราว ปฏิเสธที่จะจัดการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยตามที่สัญญาไว้ และเสนอแนะให้มีการแข่งขัน เกมล่าชีวิต ครั้งสุดท้ายที่เป็นสัญลักษณ์โดยใช้ลูกๆ ของผู้นำแคปิตอลเป็นการแก้แค้น ผู้ไว้อาลัยบางส่วน รวมถึง พีต้า รู้สึกไม่พอใจ ในขณะที่คนอื่นๆ สนับสนุนความคิดริเริ่มนี้ แคทนิสเห็นด้วยกับแผนแต่ยืนกรานที่จะประหารสโนว์ด้วยตัวเอง ในการประหารชีวิตสโนว์ ขณะที่แคตนิสเตรียมยิงสโนว์ เธอกลับยิงคอยน์แทนและฆ่าเธอ สโนว์หัวเราะก่อนจะถูกฝูงชนรุมประชาทัณฑ์ จากนั้นแคทนิสพยายามกลืนยาฆ่าตัวตาย แต่พีต้าหยุดเธอไว้ และเธอก็ถูกจับกุม เฮย์มิทช์นำจดหมายจาก พลูทาร์ช(ฟิลิป ซีมัวร์ ฮอฟฟ์แมน) ไปให้แคทนิส เพื่อรับรองว่าแคทนิสจะได้รับการอภัยโทษ สงครามได้ยุติลง และเธอจะสามารถกลับไปยังเขต 12 ได้ เธอกลับบ้านด้วยความเสียใจกับการเสียชีวิตของพริม พีต้าซึ่งเกือบจะหายจากภาวะปกติแล้วเข้ามาอยู่กับเธอ พวกเขาได้รับจดหมายจากแอนนี่ภรรยาของฟินนิค และเรียนรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของเพื่อนๆ หลายปีต่อมา แคตนิสและพีต้า แต่งงานกันและมีลูกสองคน แคตนิสสัญญากับลูกคนเล็กของเธอว่าเธอจะเล่าเรื่องราวและเวลาของเธอในเกมนี้ให้พวกเขาฟัง

รีวิว The Hunger Games 3 Mockingjay Part 2

เกมล่าเกม 3 ม็อกกิ้งเจย์ พาร์ท 2

The Hunger Games 3 Mockingjay Part 2 หนังทำให้เราเห็นว่าความพยายามล้างกระดานและการโค่นล้มประธานาธิบดีสโนว์นั้น เอาเข้าจริงแล้วประธานาธิบดีคอยน์ก็มีแผนในใจอยู่แล้วลึกๆ และการใช้แคทนิสที่สวมหัวโขนเป็นม็อกกิ้งเจย์นั้นแท้ที่จริงแล้วก็เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อตนเองในการเรียกคะแนนนิยมในภายหลัง ฉากก่อนที่สโนว์จะโดนประหาร การโหวตออกเสียงให้เกิดมติที่ว่าจะให้ลูกหลานของแคปปิตอลมาเล่นเกมล่าชีวิตกันเองนั้น ท้ายที่สุดแล้วมันก็เหมือนการวนอยู่ที่เดิม ท้ายที่สุดตัวละครอย่างคอยน์ก็ดํารงตําแหน่งไว้ได้ไม่นาน สิ่งที่แคทนิสได้พยายามทำก็คือความพยายามในการต่อสู้ให้เกิดระบบที่เรียกว่า ประชาธิปไตย โดยมาจากการเลือกตั้งของคนในพาเน็ม แทนการสถาปนาตัวเองขึ้นเป็น ประธานาธิบดี แบบคอยน์ อย่างน้อยการได้เลือก ก็ยังดีกว่าการถูกมัดมือชก และอย่างน้อยการที่พลเมืองในดินแดนนั้นๆมีสิทธิที่จะเลือก ใช้ชีวิตของตัวเองได้ ก็ดีกว่าการถูกกำหนดชีวิตให้เป็นไปในตามลู่ทางของคนอื่น