รีวิวหนัง Kingsman the Secret Service (2014) คิงส์แมน โคตรพิทักษ์บ่มพยัคฆ์

classicmovieguideมกราคม 31, 2024

Kingsman the Secret Service

คิงส์แมน โคตรพิทักษ์บ่มพยัคฆ์

Kingsman the Secret Service เป็นภาพยนตร์แนวแอคชั่น ผจญภัย ตลก ออกฉายเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2015 ถูกสร้างโดย Marv Films, Cloudy Productions, Shangri-La EntertainmentShangri-La Entertainment, TSG Entertainment, 20th Century Fox เรื่องราวการรับสมัครสายลับของ แฮร์รี ฮาร์ท ในการชักชวน ลิตเติ้ล เอ็กซี่ ให้เข้าสู่องค์กรสายลับ ชื่อ Kingsman เอ็กซี่ต้องเข้าร่วมการทดสอบที่โหดร้ายและตลกขบขัน เพื่อรับมือกับภารกิจที่เป็นภัยคุกคามระดับโลกจากริชมอนด์ วาเลนไทน์ มหาเศรษฐีผู้มั่งคั่งและผู้ก่อการร้ายเชิงนิเวศที่ต้องการจัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการกำจัดมนุษยชาติส่วนใหญ่ออกไป กำกับโดย แมทธิว วอห์น เขียนบทโดย เจน โกลด์แมน, แมทธิว วอห์น แสดงนำโดย โคลิน เฟิร์ธ(แฮร์รี ฮาร์ตหรือกาลาฮัด), ซามูเอล แอล. แจ็คสัน(ริชมอนด์ วาเลนไทน์), มาร์ค สตรอง(ฮามิช มายครอฟต์หรือเมอร์ลิน), ทารอน เอเจอร์ตัน(แกรี่ เอ็กซี่ อันวินหรือกาลาฮัด), โซฟี คุกสัน(ร็อกแซน ร็อกซี่ มอร์ตันหรือแลนสล็อต), แจ็ค ดาเวนพอร์ต(เจมส์ สเปนเซอร์หรือแลนสล็อต), มาร์ก ฮามิลล์(ศาสตราจารย์เจมส์ อาร์โนลด์), โซเฟีย บูเทลล่า(กาเซลล์), เอ็ดเวิร์ด ฮอลครอฟท์(ชาร์ลส์ ชาร์ลี เฮสเคธ), แจ็ค คัทมอร์ สกอตต์(รูฟัส ซาวิลล์), เจฟฟ์ เบลล์(ดีน เบเกอร์), ไมเคิล เคน(เชสเตอร์ คิงหรืออาเธอร์), ซาแมนธา วอแม็ก(มิเชลล์ อันวิน), คอรีย์ จอห์นสัน(ผู้นำลัทธิ), จอร์แดน ลอง(พุดเดิ้ล), เจฟฟ์ เบลล์(ดีน), ทอม ไพรเออร์(ฮิวโก้) ตัวหนังใช้ทุนสร้างไป 81-94 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ สามารถทำรายได้รวม 414.4 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ ได้รับการวิจารณ์ในแง่บวกและลบจากนักวิจารณ์ที่หลากหลายและได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลมากมายหลายสาขา

เรื่องย่อ Kingsman the Secret Service

คิงส์แมน โคตรพิทักษ์บ่มพยัคฆ์

Kingsman the Secret Service ในปี 1997 สายลับ ลี อันวิน(จอนโน เดวีส์) สายลับตำแหน่ง ลานเซลอต ได้เสียสละตัวเองในภารกิจที่ตะวันออกกลางเพื่อปกป้องสายลับคนอื่น ๆ แฮร์รี ฮาร์ทหรือกาลาฮัด(โคลิน เฟิร์ธ) หนึ่งในสายลับที่อยู่ในเหตุการณ์ แฮร์รี่กล่าวโทษตัวเองสำหรับการตายของลี เขาได้เดินทางกลับลอนดอนและได้มอบเหรียญกล้าหาญให้แก่ มิเชล(ซาแมนธา โวแมค) และ เอ็กซี่(ทารอน เอเจอร์ตัน) ภรรยาและลูกชายของลีและบอกกับครอบครัวเธอว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ต้องการความช่วยเหลือ ให้ใช้เบอร์โทรศัพท์บนเหรียญโทรหาเขา 17 ปีต่อมา ศาสตราจารย์ เจมส์ อาร์โนลด์(มาร์ก แฮมิลล์) นักวิทยาศาสตร์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ถูกลักพาตัวโดยมหาเศรษฐี ริชมอนด์ วาเลนไทน์(ซามูเอล แอล. แจ็กสัน) เจมส์ สเปนเซอร์หรือลานเซลอต(แจ็ค ดาเวนพอร์ท) หนึ่งในเพื่อนสายลับของ Kingsman ได้บุกเข้าไปช่วยอาร์โนลด์ แต่กลับถูก กาเซล(โซเฟีย โบเทลล่า) ลูกน้องของวาเลนไทน์ฆ่าตาย เวลาต่อมา เจ้าหน้าที่สนับสนุนด้านเทคนิคของคิงส์แมน เมอร์ลิน(มาร์ก สตรอง) ค้นพบว่าศาสตราจารย์อาร์โนลด์กลับมาทำงานปกติราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ฮาร์ทพยายามสอบปากคำศาสตราจารย์ที่อิมพีเรียลคอลเลจลอนดอนแต่ไมโครชิปที่คอของอาร์โนลด์เกิดระเบิด ทำให้เขาเสียชีวิตและทำให้แฮร์รี่อยู่ในอาการโคม่า สัญญาณระเบิดดังกล่าวเกิดขึ้นที่บริเวณ หลังหูของเขา ในเวลาต่อมา วาเลนไทน์ได้พบกับผู้นำประเทศและบุคคลสำคัญหลายคน และมีแผนจะแจกจ่ายซิมการ์ดที่โทรและใช้อินเทอร์เน็ตได้ฟรีตลอดชีพแก่คนทั่วไป

ฮาร์ทตื่นขึ้นมาหลังจากอาการโคม่า เขาได้พบความเกี่ยวข้องระหว่างวาเลนไทน์กับการหายตัวไปของบุคคลสำคัญหลายคน ฮาร์ทจึงเข้าหาวาเลนไทน์แทนด้วยการปลอมตัวเป็นเศรษฐีเพื่อสืบหาเบื้องหลังของแผนการ ที่ลอนดอน เอ็กซี่ อันวิน ได้กลายเป็นวัยรุ่นเขาอาศัยอยู่กับมิเชล ผู้เป็นแม่กับน้องสาวต่างพ่อ ดีน(เจฟฟ์ เบลล์) พ่อเลี้ยงที่เขาไม่ชอบ เอ็กซี่ออกจากการฝึกนาวิกโยธินและใช้ชีวิตอย่างไร้จุดหมาย วันหนึ่งเขาถูกจับข้อหาขโมยรถ จึงโทรหาเจ้าของเบอร์โทรศัพท์บนเหรียญ ฮาร์ทมาประกันตัวเขาและบอกว่าพ่อของเอ็กซีทำงานให้กับองค์กรสายลับ Kingsman ฮาร์ทชวนเขาให้มาร่วมการทดสอบเพื่อหาสายลับ ลานเซลอต คนใหม่ เอ็กซี่ได้ผูกมิตรกับ ร็อกซี่(โซฟี คุกสัน) หนึ่งในผู้ทดสอบสายลับ Kingsman พวกเขาต้องอดทนต่อการทดสอบของเมอร์ลินจนกว่าพวกเขาจะเหลือผู้ท้าชิงเพียงคนเดียว อย่างไรก็ตาม ในการทดสอบครั้งสุดท้าย เอ็กซี่ต้องยิงลูกสุนัขที่เขาเลือกมาเลี้ยง ซึ่งเขาสอบตก ร็อกซี่ผู้เข้าทดสอบอีกคนหนึ่งได้รับตำแหน่งลานเซลอตคนใหม่แทน ต่อมาฮาร์ทได้ไปที่โบสถ์แห่งหนึ่งซึ่งวาเลนไทน์ใช้ทำการทดสอบ เขาได้ปล่อยสัญญาณไปที่ซิมการ์ด ทำให้ทุกคนในโบสถ์รวมถึงฮาร์ทเกิดอาการคลุ้มคลั่งและฆ่ากันเอง สุดท้ายฮาร์ทซึ่งเป็นผู้รอดชีวิตคนเดียวออกมาพบกับวาเลนไทน์ และถูกวาเลนไทน์ใช้ปืนยิงเข้าที่หน้าของฮาร์ทหลังเปิดเผยแผนการทั้งหมดให้เขาได้รู้

เอ็กซี่กลับไปที่สำนักงานใหญ่ของ Kingsman และสังเกตเห็นเชสเตอร์ คิง ชื่อรหัสว่า อาเธอร์(ไมเคิล เคน) ผู้นำคิงส์แมนมีแผลเป็นจากการฝังชิปที่คอแบบเดียวกับศาสตราจารย์อาร์โนลด์ อาร์เธอร์อธิบายว่า วาเลนไทน์จะปล่อยสัญญาณไปที่ซิมการ์ดเพื่อให้มนุษย์ทั่วโลกคลุ้มคลั่งและฆ่ากันเอง เพื่อหลีกเลี่ยงการสูญพันธุ์ของมนุษย์จากภาวะโลกร้อน วาเลนไทน์ได้คัดเลือกผู้นำระดับโลกและชนชั้นสูงผู้มั่งคั่งมาร่วมงานด้วย โดยฝังชิปไว้เพื่อปกป้องพวกเขาจากการทรยศ ผู้ที่ปฏิเสธจะถูกคุมขังในบังเกอร์ของเขา รวมถึง มกุฎราชกุมารทิลเด้แห่งสวีเดน(ฮันนา อัลสตรอม) อาร์เธอร์พยายามจะฆ่าเอ็กซี่ด้วยบรั่นดีผสมยาพิษ แต่เอ็กซี่รู้ทันจึงสลับแก้ว ขณะที่ทำให้เขาเสียสมาธิ ทำให้อาร์เธอร์ตาย เขาได้ดึงชิปออกจากคอของอาร์เธอร์ เอ็กซี่ร่วมมือกับเมอร์ลินและร็อกซี่ โดยร็อกซี่จะขึ้นไปยิงดาวเทียมของวาเลนไทน์ก่อนที่มันจะปล่อยสัญญาณ ส่วนเอ็กซี่และเมอร์ลินจะบุกไปที่บังเกอร์วาเลนไทน์ ซึ่งเป็นที่รวมผู้สมรู้ร่วมคิดของเขาหลายคน ร็อกซี่ทำลายดาวเทียมได้สำเร็จ แต่วาเลนไทน์ก็ใช้ดาวเทียมสำรองปล่อยสัญญาณ ทำให้ทั้งโลกเกิดความวุ่นวาย เอ็กซี่ได้ปลอมตัวเป็นกษัตริย์ แต่ถูกพบโดย ชาร์ลี เฮสเคธ(เอ็ดเวิร์ด ฮอลครอฟท์) ผู้ที่สอบตกในการเป็น Kingsman เอ็กซี่ถูกพวกวาเลนไทน์ต้อนจนจนมุม เมอร์ลินแฮคใช้งานระบบป้องกันความผิดพลาดของชิปที่ฝังไว้ และได้สังหารคนของวาเลนไทน์และผู้สมรู้ร่วมคิดทั้งหมด ด้วยความโกรธวาเลนไทน์เปิดใช้งานซิมการ์ด ทำให้เกิดความโกลาหลทั่วโลก เอ็กซี่เข้าต่อสู้กับกาเซลและฆ่าทั้งกาเซลและวาเลนไทน์ หยุดความโกลาหลทั่วโลกได้สำเร็จ

รีวิว Kingsman the Secret Service

คิงส์แมน โคตรพิทักษ์บ่มพยัคฆ์

Kingsman the Secret Service เป็นหนังที่ดูไม่ต่างอะไรอะไรจากหนังฮีโร่ยุคใหม่ๆ เลย ที่มาในโทนของสายลับแทน และถึงแม้พวกเขาจะไม่มีพลังพิเศษ แต่ด้วยความสามารถเกินมนุษย์ที่ฝึกมาผสมกับอุปกรณ์สุดล้ำ เกินกว่ายุคปัจจุบัน ก็สามารถจัดมันอยู่ในหมวดหนังฮีโร่กันได้ไม่ยาก ตัวหนังมีสไตล์ที่จัดจ้านมากๆ ตั่้งแต่ธีมเรื่องที่แม้ว่าจะมีความเป็นหนังสายลับพร้อมกับอุปกรณ์เท่ๆ แต่ก็มีกลิ่นอายของความ คลาสสิค เต็มไปด้วยปริศนา ซึ่งก็ทำให้หนังมีเสน่ห์น่าลงไปค้นหากันเป็นอย่างมาก ทำให้แต่ละตัวละครในหนังล้วนเต็มไปด้วยความเท่กันอย่างเต็มเปี่ยม และสร้างความน่าจดจำกันเป็นอย่างมาก มีฉากแอคชั่นสุดมันส์ ที่ดีไซน์ออกมาได้เป็นอย่างดี แต่ละคิวบู๊ล้วนทำออกมาได้อย่างสนุก หลายๆ ฉากที่ดูโหดมากๆ ก็สามารถปรับโทนลงมาได้เพื่อให้หนังไม่ต้องไปถึง เรท R ซึ่งพอฉากแอคชั่นที่ว่านั้น มาเข้ากับสไตล์ คาแรคเตอร์ และอาวุธเจ๋งๆ ในหนังแล้ว ยิ่งดูมีความชัดเจนมากขึ้นเข้าไปใหญ่