รีวิวหนัง Doctor Sleep (2019) ลางนรก

classicmovieguideธันวาคม 5, 2023

Doctor Sleep ลางนรก

Doctor Sleep เป็นเรื่องราวต่อจากเหตุการณ์สยองขวัญ ณ โรงแรมโอเวอร์ลุค ในภาคแรกที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์เรื่อง The Shining ที่เข้าฉายในปี ค.ศ. 1980 เป็นภาพยนตร์สยองขวัญที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายของ สตีเฟ่น คิง ทิ้งช่วงยาวนานถึง 39 ปี ก็ถึงเวลาสานต่อความหลอนกันแล้ว และได้ผู้กำกับที่จะมาสานต่อเรื่องราวคือ “ไมค์ ฟลานาแกน” และเหล่านักแสดงชั้นนำอาทิ เช่น ยวน แม็คเกรเกอร์ รับบทเป็น(แดน ทอร์แรนซ์) / ไคลิเอก เคอร์แรน รับบทเป็น(อับรา สโตน) / ซาห์น แมคคลาร์นอน รับบทเป็น(พ่ออีกา) / รีเบ็คก้า เฟอร์กูสัน รับบทเป็น(โรส เดอะ แฮท) / คลิฟฟ์ เคอร์ติส รับบทเป็น(บิลลี่ ฟรีแมน) และนักแสดงสมทบอีกมากมาย

เรื่องย่อ Doctor Sleep ลางนรก

Doctor Sleep เป็นการสานต่อเรื่องราวของ แดนนี่ ทอร์แรนซ์ ในช่วงอายุ 40 ปี แดน ยังคงรู้สึกหวาดกลัวเหตุการณ์สยอง ณ โรงแรมโอเวอร์ลุก มาจนถึงทุกวันนี้ แดนพยายามหาวิธีให้ตัวเองได้ใช้ชีวิตอย่างปกติสุขที่สุด แต่ความสงบสุขนั้นกลับค่อยๆ พังทลายลงเมื่อแดนได้เจอกับ แอบรา หญิงสาวผู้มีจิตใจที่กล้าหาญเจ้าของพลังวิเศษที่เรียกว่า “ไชน์” ที่ได้เดินทางออกตามหาแดนเพื่อขอความช่วยเหลือจากเขาเพื่อให้ร่วมกันต่อสู้กับ โรส เดอะ แฮต ผู้เหี้ยมโหด และเดอะ ทรู น็อต กลุ่มลัทธิคัลต์กับลูกสมุนของเธอ ที่ออกตามล่าเด็กผู้บริสุทธิ์เพื่อชีวิตอมตะของตัวเอง

รีวิวหนัง Doctor Sleep ลางนรก

ภาพยนตร์ภาคแรก The Shining มีความสยองขวัญ/ภูติผี ในขณะที่ภาพยนตร์ภาคต่อ Doctor Sleep จะไปในอีกทิศทางหนึ่ง คือแทบทั้งเรื่องดูแล้วมีความเป็น X-Men มากกว่า ถึงแม้ผู้กำกับก็ดูจะพยายามรักษาบาลานซ์และความสมดุลของภาพยนตร์เพื่อเคารพต้นฉบับ แต่สุดท้าย The Shining กับ Doctor Sleep ต่างมีเรื่องราวเป็นของใครของมัน ทิศทางของหนังก็ค่อนข้างคนละมู้ดแอนด์โทน ถึงแม้จะไม่เคยดู The Shining แล้วมาดู Doctor Sleep ก่อนก็สามารถดูรู้เรื่องได้อยู่ เพียงแต่อาจจะไม่อินเท่าคนที่ดูภาคแรกมาแล้วและอาจจะเข้าไม่ถึงจุดบางหรือจุดที่เชื่อมโยงต่างๆ เกี่ยวกับภาคแรกอีกด้วย

Doctor Sleep เป็นภาพยนตร์ยาวมากถึง 2 ชั่วโมง 32 นาที โดยภาพยนตร์เน้นสร้างบรรยากาศ ไม่เน้นทำให้ตกใจ และพยายามจะเล่าทุกอย่าง ซึ่งทุกอย่างที่เขาเล่า ไม่ว่าจะน้ำหรือจะเนื้อ เราก็เข้าใจว่ามันล้วนสำคัญหมด ตัวภาพยนตร์ดูไม่ยาก มีการชิงไหวชิงพริบสับหลอกกันระหว่างตัวละครทั้งสองฝ่ายที่ดูได้สนุก ๆ และมีความเป็น X-Men อย่างที่บอก แต่ก็ดูเป็น X-Men ที่ไม่ได้เว่อร์จนเกินความเป็นจริงมากเกินไป ด้วยคอนเซ็ปต์ของพลังพิเศษในเรื่องนี้คือ เราทุกคนล้วนมี ไชน์ ของตัวเองกันทุกคน ขึ้นอยู่กับว่าแต่ล่ะคนจะมีมากหรือมีน้อย อาจจะเปิดหรือปิดอยู่

Doctor Sleep เป็นภาพยนตร์ที่สานต่อตำนานจาก The Shining ได้อย่างสมศักดิ์ศรี ถึงแม้ว่าคุณไม่เคยดู The Shining มาก่อนก็สามารถดูภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วมาปะติดประต่อเรื่องราวได้ไม่ยาก แต่ถ้าคุณเป็นแฟนหนังเรื่องนี้คุณก็จะสนุกกับ Eater Egg ที่ซ่อนอยู่ตลอดทั้งเรื่อง แม้ภาพยนตร์จะไม่ได้มีความสยองมากเท่าที่ควรแต่ยังคงรักษาความระทึกขวัญไว้ ถือเป็นการต่อยอดเรื่องราวที่สามารถนำมาสร้างภาคต่อๆ ไปได้อีก